รู้จัก “ไหมยกกระชับ” แต่ละชนิด เลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหาผิวของคุณ

Thread lifting Which type is right for your skin problems

การ “ร้อยไหมยกกระชับ” กลายเป็นหัตถการยอดนิยมในยุคปัจจุบัน เพราะช่วยยกหน้า ปรับรูปหน้า และฟื้นฟูผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลไว พักฟื้นน้อย และสามารถออกแบบผลลัพธ์ได้ตามปัญหาของแต่ละคน

แต่หลายคนยังสับสนว่า ไหมแต่ละชนิดต่างกันยังไง? และควรเลือกแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักไหมแต่ละประเภทแบบละเอียด พร้อมคำแนะนำในการเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว

ไหม Lift — ตัวเริ่มต้น ยกกระชับแบบธรรมชาติ

ไหม Lift เป็นไหมยกกระชับที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ให้แรงยกแบบพอดี ไม่ตึงแข็ง เน้นผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยเงี่ยงไหมขนาดกำลังดี ช่วยพยุงผิวและปรับรูปหน้าเล็กน้อยโดยไม่เปลี่ยนโครงหน้าเดิมมาก

lift thread lifting

จุดเด่น

  • ยกกระชับแบบนุ่มนวล ดูเป็นธรรมชาติ
  • เงี่ยงไหมขนาดพอดี เกาะผิวได้ดี
  • ลดความหย่อนคล้อยเล็กน้อย–ปานกลาง
  • แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
  • เหมาะสำหรับเริ่มต้นร้อยไหม

เหมาะกับ

  • คนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย
  • ผู้ที่อยากลองร้อยไหมครั้งแรก
  • คนที่ต้องการลุคธรรมชาติ ไม่อยากเปลี่ยนรูปหน้าชัด
  • อายุประมาณ 25–35 ปี หรือผิวเริ่มไม่เฟิร์ม

ข้อควรรู้

  • แรงยกไม่สูงเท่าไหมกลุ่มแรง เช่น Vector หรือ Tornado
  • ผลลัพธ์เน้น “ดูดีขึ้นแบบไม่โป๊ะ” มากกว่ายกชัด
  • อยู่ได้ประมาณ 6–10 เดือน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
  • อาจมีบวม ช้ำ หรือตึงเล็กน้อยในช่วงแรก
  • สามารถทำซ้ำหรือใช้ร่วมกับไหมชนิดอื่นเพื่อเพิ่มผลลัพธ์ได้
  • ควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย

ไหม Tornado — ยกแน่นรอบทิศ 360°

ไหม Tornado เป็นไหมยกกระชับที่มีเอกลักษณ์ตรง “เงี่ยงรอบเส้นไหมแบบ 360°” ทำให้สามารถดึงและล็อกผิวได้หลายทิศทางพร้อมกัน ช่วยยกหน้าได้แน่นและสม่ำเสมอ เหมาะกับการแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยที่ต้องการแรงพยุงรอบด้าน

จุดเด่น

  • เงี่ยงไหมรอบทิศ 360° ยกได้หลายมิติ
  • ล็อกผิวได้แน่นและสม่ำเสมอ
  • ช่วยยกแก้ม เก็บเหนียง และปรับกรอบหน้าให้ชัด
  • ให้แรงยกต่อเนื่อง ดูเต็มและกระชับขึ้น
  • ผลลัพธ์ดูแน่นขึ้นโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ

เหมาะกับ

  • คนที่มีแก้มตก เหนียง หรือผิวเริ่มหย่อนคล้อย
  • ผู้ที่ต้องการยกหน้าหลายจุดในครั้งเดียว
  • คนที่อยากได้ความ “แน่น ฟู กระชับ” มากขึ้น
  • เคสที่ต้องการแรงยกระดับกลาง–ค่อนข้างสูง

ข้อควรรู้

  • อาจมีอาการตึง บวม หรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก
  • แรงยกมากกว่าไหมเบา แต่ไม่เท่าไหมกลุ่มแรงสุดบางประเภท
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 8–12 เดือน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
  • ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรืออ้าปากกว้างในช่วงแรก
  • ควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้ทิศทางการยกที่เหมาะสม
  • สามารถทำร่วมกับไหมชนิดอื่นเพื่อเพิ่มทั้ง “แรงยก + งานผิว” ได้

ไหม Vector — ตัวแรงสำหรับผิวหย่อนคล้อย

ไหม Vector เป็นไหมยกกระชับที่ออกแบบมาเพื่อ “ดึงและล็อกผิวได้แน่น” เหมาะกับเคสที่มีความหย่อนคล้อยชัดเจน ต้องการยกหน้าให้เห็นผลจริงจังมากขึ้น ด้วยโครงสร้างเงี่ยงไหมที่ใหญ่และจัดเรียงตามทิศทางแรงดึง (Vector Direction) ทำให้ยกได้ลึกและมั่นคง

Vector thread lifting

จุดเด่น

  • แรงยกสูง เห็นผลชัดเจน
  • เงี่ยงไหมใหญ่ เกาะเนื้อเยื่อได้ดี
  • ยกผิวตามทิศทาง (Vector) ทำให้ผลลัพธ์ดูเข้ารูป
  • เหมาะกับการยกกรอบหน้า แก้ม และเหนียง
  • ช่วยปรับรูปหน้าให้คมชัดขึ้น

เหมาะกับ


ข้อควรรู้

  • อาจรู้สึกตึงผิวมากกว่าไหมชนิดเบาในช่วงแรก
  • มีโอกาสบวม ช้ำ หรือเจ็บเล็กน้อยหลังทำ
  • ต้องทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพราะเป็นไหมแรง
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
  • ควรหลีกเลี่ยงการกด นวดหน้าแรง ๆ ในช่วงแรก
  • มักใช้ร่วมกับไหมชนิดอื่น (เช่น ไหมงานผิว) เพื่อให้ผลลัพธ์ดูละมุนขึ้น

ไหม Delta — ฟื้นฟูผิว + ยกกระชับ พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน

ไหม Delta เป็นไหมที่ออกแบบมาให้ “ได้ทั้งงานผิวและการยกกระชับในตัวเดียว” ด้วยโครงสร้างที่มีความยืดหยุ่นและแรงพยุงผิวในระดับพอดี จึงช่วยยกผิวเล็กน้อยควบคู่กับการฟื้นฟูผิวจากภายใน

delta thread lifting-

จุดเด่น

  • ยกกระชับผิวได้แบบนุ่มนวล ไม่ตึงแข็ง
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
  • ช่วยให้ผิวฟู อิ่ม แน่นขึ้น
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและความเรียบเนียนของผิว
  • ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับสายงานผิว

เหมาะกับ

  • คนที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย–ปานกลาง
  • ผู้ที่ต้องการ “ยก + ฟื้นฟูผิว” ไปพร้อมกัน
  • คนที่ผิวเริ่มไม่เฟิร์ม แต่ยังไม่ต้องการไหมแรง
  • ผู้ที่อยากให้ผิวดูเด็กลงแบบไม่เปลี่ยนรูปหน้าชัดเจน

ข้อควรรู้

  • แรงยกไม่เท่าไหมกลุ่มยกหนัก เช่น Vector หรือ Tornado
  • ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ชัดขึ้นตามการสร้างคอลลาเจน
  • อยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
  • อาจมีบวม ช้ำ หรือตึงเล็กน้อยในช่วงแรกหลังทำ
  • สามารถทำร่วมกับไหมยกชนิดอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้
  • ควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี

ไหมคอลลาเจน — ฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน เน้นงานผิว

ไหมคอลลาเจน (หรือไหมกลุ่มงานผิว เช่น ไหมเส้นเล็ก) เป็นไหมที่ไม่ได้เน้น “ยกหน้าแรง” แต่เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายใน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูฟู อิ่ม แน่น และสุขภาพดีขึ้น

จุดเด่น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว
  • ผิวดูฟู อิ่มน้ำ และเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ และรูขุมขนดูละเอียดขึ้น
  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
  • ให้ลุคผิวใส สุขภาพดีแบบธรรมชาติ

เหมาะกับ

  • คนที่ผิวโทรม ผิวไม่สดใส ขาดความชุ่มชื้น
  • ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวเริ่มหย่อนเล็กน้อย
  • คนที่ต้องการ “ฟื้นฟูผิว” มากกว่ายกกระชับ
  • ผู้ที่อยากได้งานผิวฉ่ำ ฟู แบบไม่เปลี่ยนรูปหน้า
  • สามารถทำร่วมกับไหมยกหรือหัตถการอื่นเพื่อเสริมผลลัพธ์

ข้อควรรู้

  • ไม่ได้เน้นยกกระชับชัดเจน ผลลัพธ์จะเน้นคุณภาพผิว
  • ผลลัพธ์ค่อย ๆ ดีขึ้นตามการสร้างคอลลาเจน (ไม่ใช่เห็นผลทันทีแบบไหมยก)
  • อยู่ได้ประมาณ 4–8 เดือน ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแล
  • อาจมีรอยเข็ม บวมเล็กน้อย หรือช้ำได้ในช่วงแรก
  • ควรทำต่อเนื่องเพื่อคงผลลัพธ์ผิวที่ดี
  • ควรเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อความปลอดภัย

ไหมจมูก Power — ปรับทรงจมูกโดยไม่ต้องผ่าตัด

การร้อยไหมจมูก Power เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยาก “เพิ่มมิติให้จมูก” โดยไม่ต้องศัลยกรรม เหมาะกับการปรับทรงเล็กน้อย เช่น เสริมสันให้ดูโด่งขึ้น หรือเก็บทรงให้คมชัดมากขึ้น ด้วยเทคนิคการร้อยไหมเฉพาะจุด

Power nose thread lift

จุดเด่น

  • เสริมสันจมูกให้ดูโด่งขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ
  • ปรับรูปทรงให้เรียว คมขึ้นเล็กน้อย
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลใหญ่
  • ใช้เวลาทำไม่นาน และพักฟื้นสั้น
  • แผลเล็ก เจ็บน้อยกว่าการศัลยกรรม

เหมาะกับ

  • คนที่ต้องการ “ลองปรับทรงจมูก” ก่อนตัดสินใจผ่าตัด
  • ผู้ที่อยากเพิ่มความโด่งเล็กน้อย ไม่เปลี่ยนโครงสร้างมาก
  • คนที่ไม่สะดวกพักฟื้นนาน
  • ผู้ที่กลัวการผ่าตัด หรือยังไม่พร้อมศัลยกรรม

ข้อควรรู้

  • ผลลัพธ์เป็นแบบ “ชั่วคราว” อยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือน (ขึ้นกับแต่ละบุคคล)
  • ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใหญ่ เช่น จมูกเบี้ยวมาก หรือฐานจมูกกว้างมาก
  • อาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อยในช่วงแรก
  • ควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อหรือไหมเคลื่อน
  • ควรหลีกเลี่ยงการกด นวด หรือกระแทกบริเวณจมูกในช่วงแรกหลังทำ

ร้อยไหมใช้กี่เส้น ?

จำนวนเส้นของไหม ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับปัญหาผิว โครงหน้า และชนิดของไหมที่เลือกใช้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะกับแต่ละเคส

จำนวนเส้นโดยประมาณ (ต่อครั้ง)

  • ยกเล็กน้อย / เริ่มต้น (ไหม Lift, Line)
    ประมาณ 4–8 เส้น
  • ยกระดับกลาง (ไหม Tornado, Delta)
    ประมาณ 6–12 เส้น
  • ยกหนัก / ผิวหย่อนคล้อยมาก (ไหม Vector)
    ประมาณ 8–16 เส้น หรือมากกว่านั้นในบางเคส
  • งานผิว (ไหมคอลลาเจน / ไหมเส้นเล็ก)
    อาจใช้ 20–50 เส้นขึ้นไป (เน้นกระจายทั่วผิว ไม่ใช่แรงยก)
  • ไหมจมูก (Power)
    ประมาณ 1–3 เส้น

ปัจจัยที่มีผลต่อจำนวนเส้น

  • ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
  • พื้นที่ที่ต้องการยก (แก้ม เหนียง กรอบหน้า ฯลฯ)
  • ชนิดและขนาดของไหม
  • เทคนิคและการออกแบบทิศทาง (Vector) ของแพทย์
  • ผลลัพธ์ที่ต้องการ (ยกเบา vs ยกชัด)

ร้อยไหมกี่วันเห็นผล? และเข้าที่เต็มที่เมื่อไหร่

หลายคนที่สนใจร้อยไหมมักสงสัยว่า “ทำแล้วเห็นผลทันทีไหม?” คำตอบคือ เห็นการยกได้ตั้งแต่หลังทำทันทีบางส่วน แต่ผลลัพธ์จะยังไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย เพราะผิวยังมีอาการบวมและกำลังปรับตัว

หลังร้อยไหม “เห็นผลตอนไหน?”

  • ทันทีหลังทำ (Day 0)

    เห็นการยกกระชับขึ้นทันทีประมาณ 20–30% จากแรงดึงของไหม แต่ยังมีอาการบวมเล็กน้อย ทำให้รูปหน้ายังไม่เข้าที่

  • ช่วง 2–3 วันแรก

    อาจมีอาการบวม ตึง หรือช้ำเล็กน้อย เป็นเรื่องปกติ บางคนอาจรู้สึกหน้าแข็งเล็กน้อยเวลายิ้ม

  • ประมาณ 7–14 วัน

    อาการบวมเริ่มยุบ หน้าเริ่มเข้าที่ เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

  • ประมาณ 1 เดือน

    ผิวเริ่มกระชับขึ้นจากการสร้างคอลลาเจน รูปหน้าเริ่มเข้าที่ชัดเจน

  • ประมาณ 1–3 เดือน (ผลลัพธ์เต็มที่)

    ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด ทั้งการยกและคุณภาพผิว หน้าเรียว กระชับ และดูละมุนขึ้น


ข้อควรรู้

  • ไหมยิ่ง “แรง” เช่น Vector หรือ Tornado อาจใช้เวลาปรับตัวนานกว่าไหมเบา
  • ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลหลังทำ
  • การปฏิบัติตัวหลังร้อยไหมมีผลมากต่อความสวยและความคงทนของผลลัพธ์

ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน?

โดยทั่วไปการร้อยไหมให้ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของไหม สภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละคน หลังจากไหมสลายไปแล้ว คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นยังช่วยให้ผิวดูแน่นและกระชับต่อได้อีกระยะหนึ่ง

ระยะเวลาคร่าว ๆ ของไหมแต่ละประเภท

  • ไหมงานผิว (ไหมคอลลาเจน / Line): ประมาณ 4–8 เดือน
  • ไหมยกเบา (Lift): ประมาณ 6–10 เดือน
  • ไหมระดับกลาง (Tornado / Delta): ประมาณ 8–12 เดือน
  • ไหมแรง (Vector): ประมาณ 12–18 เดือน

ระยะเวลาอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล


ปัจจัยที่ทำให้ไหมอยู่ได้นานขึ้น

  • เลือกชนิดไหมให้เหมาะกับปัญหา
  • เทคนิคและประสบการณ์ของแพทย์
  • ดูแลหลังทำอย่างถูกวิธี (เลี่ยงนวดหน้าแรง ๆ / ความร้อนช่วงแรก)
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนพอ ไม่สูบบุหรี่ ทากันแดดสม่ำเสมอ

สรุป

ไหมยกกระชับแต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกัน ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีแบบที่ “เหมาะกับคุณที่สุด”
การเลือกไหมที่ถูกต้อง ร่วมกับเทคนิคแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่สวย ปลอดภัย และดูเป็นธรรมชาติ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเหมาะกับไหมแบบไหน แนะนำให้เข้ารับการประเมินจากแพทย์ก่อน เพื่อออกแบบการรักษาให้ตรงจุดที่สุด

สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม MD MD Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยประเมินปัญหาและแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

สามารถติดต่อเพื่อปรึกษาผ่านช่องทาง Line นี้ได้เลยครับ

ปรึกษาคุณหมอได้ ฟรี!

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง