ร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี? เทียบไหมแต่ละชนิดที่ MD MD Clinic
เทรนด์การดูแลผิวพรรณและการปรับรูปหน้าในปี 2026 นี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การร้อยไหม ยังคงเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะช่วยปรับกรอบหน้า เก็บเหนียง และฟื้นฟูความกระชับของผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำ เจ็บน้อย และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน อย่างไรก็ตาม หลายคนที่กำลังหาข้อมูลมักมีคำถามว่าร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี? แต่สำหรับมือใหม่หรือใครที่กำลังวางแผนจะไปร้อยไหม อาจจะยังสับสนว่าไหมมีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร และร้อยกี่เส้นถึงจะเห็นผล บทความนี้จะพาไปรู้จักไหมแต่ละประเภท พร้อมเปรียบเทียบข้อแตกต่าง และแนะนำวิธีเลือกไหมให้เหมาะกับปัญหาผิวของแต่ละคน
สารบัญ
- ร้อยไหมคืออะไร?
- ร้อยไหมมีกี่ประเภท?
- เปรียบเทียบ PDO VS PCL VS PLLA เลือกแบบไหนดี?
- ไหม PDO (Polydioxanone) คืออะไร?
- ไหม PCL (Polycaprolactone) คืออะไร?
- ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) คืออะไร?
- ไหมPDO กับ ไหมPCL ต่างกันยังไง?
- ร้อยไหมกับ MD MD Clinic เลือกไหมแบบไหนดี?
- ไหมลิฟต์ คืออะไร?
- ไหมทอร์นาโด คืออะไร?
- ไหมทอร์นาโดกับไหมก้างปลา ต่างกันอย่างไร?
- ไหมเวกเตอร์ คืออะไร?
- เปรียบเทียบไหมเวกเตอร์ vs ไหมมิ้น ต่างกันยังไง?
- ไหมเดลต้า คืออะไร?
- ไหมคอลลาเจน คืออะไร?
- ไหมจมูก คืออะไร?
- ร้อยไหมบริเวณไหนได้บ้าง?
- คำถามที่พบบ่อย
- ทำไมควรเลือกร้อยไหมที่ MD MD Clinic
- สรุป
Thread Lift หรือ การร้อยไหม คือ หัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยยกกระชับผิวหน้าและปรับรูปหน้า โดยการใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่มีเงี่ยงหรือคุณสมบัติเฉพาะตัว สอดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้หรือชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (SMAS) เพื่อดึงรั้งผิวที่หย่อนคล้อยให้เต่งตึงขึ้น
ข้อดีของการร้อยไหม
- ไม่ต้องผ่าตัด
- ใช้เวลาทำไม่นาน
- เห็นผลยกกระชับทันทีบางส่วน
- กระตุ้นคอลลาเจนต่อเนื่อง
- พักฟื้นน้อย
บทความที่เกี่ยวข้อง : ร้อยไหม คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจยกกระชับผิวหน้า
การร้อยไหมในปัจจุบันสามารถจำแนกออกเป็นประเภทหลัก ๆ ตามชื่อไหมหลากหลายประเภท เช่น เทคโนโลยีการผลิต รูปทรง หรือชื่อทางการค้าที่หลากหลายจนอาจทำให้สับสน จนหลายคนที่กำลังหาข้อมูลมักมีคำถามว่าร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี? แต่ในทางการแพทย์และการรักษา จะมีการแบ่งประเภทของไหมตามลักษณะโครงสร้าง รูปแบบการทำงาน และวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาผิวเป็นหลัก เพื่อให้สามารถดีไซน์การปรับรูปหน้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งเราสามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
กลุ่มไหมยกกระชับ
- ไหมหงส์ชมพู (Yourline) / ไหมเดลต้า
- ไหมมิ้นท์ (Mint Lift)
- ไหม Aptos
- Newton Cog
- V-Lock
- ไหมล็อค 8D
- ไหมทอร์นาโด
- ไหมเวกเตอร์
- ไหมเดลต้า
- ไหม Tesslift / ไหมโครงตาข่าย
- ไหมล็อคก้างปลา / ไหมก้างปลา / ไหมลิฟต์
- ไหมกุหลาบ
- ไหมขนนก
- ไหมภูเขา
กลุ่มไหมกระตุ้นคอลลาเจน
ไหมกลุ่มนี้ไม่ได้เน้นแรงยก แต่เน้นการฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน และเพิ่มความแน่นของผิว
- ไหมเรียบ / ไหมคอลลาเจน / ไหมหน้าเด็ก / ไหมเติมเต็ม / ไหม Line
- ไหมน้ำ
กลุ่มไหมเฉพาะจุด
นอกเหนือจากการยกกระชับปรับรูปหน้าและการฟื้นฟูผิวโดยทั่วไปแล้ว ในปัจจุบันยังมีการพัฒนาเทคนิคและดีไซน์ของเส้นไหมเพื่อนำมาแก้ไขปัญหาเฉพาะส่วนบนใบหน้าได้อย่างเจาะจง ซึ่งไหมในกลุ่มนี้จะถูกออกแบบมาให้มีขนาด ความยาว รวมถึงลักษณะของเงี่ยงที่สอดรับกับโครงสร้างอนาโตมี่ (Anatomy) ของพื้นที่เฉพาะจุดนั้นๆ เช่น บริเวณจมูก หรือรอบดวงตา เพื่อให้สามารถปรับแต่งทรงได้อย่างละเอียด แม่นยำ และปลอดภัย
- ไหมจมูก Power
- ไหม Foxy Eye
วัสดุที่นำมาใช้ทำเส้นไหมละลายในปัจจุบันมีอยู่ 3 ประเภทหลัก ๆ ซึ่งได้รับการยอมรับและมีผลวิจัยสอดคล้องกับแนวทางวิชาการด้านความงาม ว่ามีความปลอดภัยและมีระยะเวลาการสลายตัวที่แตกต่างกัน ดังนี้
PDO (Polydioxanone) เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในวงการร้อยไหม และเป็นวัสดุชนิดแรกที่ถูกนำมาใช้ในหัตถการด้านความงาม เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และให้ผลลัพธ์ที่ดีทั้งในด้านการยกกระชับและการฟื้นฟูคุณภาพผิว
ลักษณะของไหม PDO จะเป็นเส้นไหมสีน้ำเงิน มีขนาด USP0 และ USP2 มีจุดเด่นเรื่องความยืดหยุ่นสูง เนื้อไหมนิ่ม ไม่เปราะหรือหักง่าย ทำให้ร้อยง่าย ลดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อขณะทำหัตถการ และช่วยลดอาการบวมช้ำหลังทำได้เป็นอย่างดี
จุดเด่นของไหม PDO
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้ดี
- มีความยืดหยุ่นสูง นิ่ม และร้อยง่าย
- มีความปลอดภัยสูงและได้รับความนิยมทั่วโลก
- บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว
- สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
ไหม PDO อยู่ได้นานแค่ไหน?
- ตัวไหม PDO จะค่อย ๆ สลายภายในประมาณ 6 เดือน
- ผลลัพธ์การยกกระชับสามารถอยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
ไหม PDO มีอะไรบ้าง?
- ไหมทอร์นาโด
- ไหมมิ้นท์ (Mint Lift)
- V-Lock
- ไหมเรียบ / ไหมคอลลาเจน / ไหมหน้าเด็ก / ไหมเติมเต็ม / ไหม Line
- ไหมจมูก Power
- ไหมล็อคก้างปลา / ไหมก้างปลา / ไหมลิฟต์
- ไหมกุหลาบ
- ไหมขนนก
- ไหม Foxy Eye
- ไหมเวกเตอร์
- Newton Cog
- ไหมภูเขา
PCL (Polycaprolactone) เป็นไหมละลายทางการแพทย์ระดับพรีเมียมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในวงการร้อยไหมยกกระชับ เนื่องจากมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นสูง และให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าไหมละลายหลายชนิด จึงมักถูกเลือกใช้ในผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก และต้องการผลลัพธ์ที่คงอยู่ได้นาน
ลักษณะของไหม PCL จะเป็นเส้นไหมสีขาว ขนาด USP2 ซึ่งเป็นขนาดเส้นไหมที่มีความแข็งแรง สามารถรองรับแรงดึงและการเคลื่อนไหวของใบหน้าได้ดี ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย พร้อมปรับกรอบหน้าให้ดูคมชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของไหม PCL
- มีความยืดหยุ่นสูง รองรับการเคลื่อนไหวของใบหน้าได้ดี
- แข็งแรง ทนทาน และไม่เปราะหักง่าย
- ช่วยยกกระชับผิวและปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินได้อย่างต่อเนื่อง
- สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
- อยู่ได้นานกว่าไหม PDO
ไหม PCL อยู่ได้นานแค่ไหน?
- สามารถอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน
ไหม PCL มีอะไรบ้าง?
- ไหม Tesslift / ไหมโครงตาข่าย
- Newton Cog
- ไหมล็อค 8D
ไหม PCL + PLLA / P(LA/CL) มีอะไรบ้าง?
- ไหม Aptos
- ไหมหงส์ชมพู (Yourline) / ไหมเดลต้า
PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เป็นไหมละลายทางการแพทย์ที่โดดเด่นในด้านการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิว โดยถูกพัฒนาต่อยอดมาจากไหม PDO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูคุณภาพผิวในระยะยาว จึงได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวเสื่อมสภาพจากอายุที่เพิ่มขึ้น
จุดเด่นของไหม PLLA
- โดดเด่นด้านการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
- ช่วยเพิ่มความแน่นและความยืดหยุ่นของผิว
- ฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
- ช่วยลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
- เสริมวอลลุ่มผิวให้ดูอิ่มฟูมากขึ้น
- สลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย
ไหม PLLA อยู่ได้นานแค่ไหน?
- ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
- ระยะเวลาคงผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการตอบสนองต่อการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
ไหม PLLA มีอะไรบ้าง?
- ไหมน้ำ
ไหม PDO และ PCL ต่างกันที่ วัสดุ ระยะเวลาสลายตัว และความยืดหยุ่น ไหม PDO เหมาะกับการดึงหน้าช่วงสั้น กระตุ้นคอลลาเจนไว เห็นผลเร็ว แต่อยู่ได้แค่ 6-8 เดือน ส่วนไหม PCL มีความยืดหยุ่นสูง ไม่ขาดง่าย และอยู่ได้นาน 18-24 เดือน
สำหรับใครที่กำลังวางแผนปรับรูปหน้าแต่ยังไม่รู้ว่า ร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี? ปัจจุบัน MD MD Clinic มีนวัตกรรมเส้นไหมหลักที่ผ่าน อย. ไทย และสามารถสลายได้เอง 100% ให้เลือกถึง 6 ชนิด โดยแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ ปรับกรอบหน้า เก็บเหนียง ฟื้นฟูคอลลาเจน หรือปรับรูปทรงจมูก ดังนั้นการเลือกชนิดไหมให้เหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสามารถแบ่งรายละเอียดได้ดังนี้ค่ะ
- ร้อยไหมลิฟต์
- ร้อยไหมทอร์นาโด
- ร้อยไหมเวกเตอร์
- ร้อยไหมเดลต้า
- ร้อยไหมคอลลาเจน
- ร้อยไหมจมูก
การร้อยไหมลิฟต์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ไหมล็อคก้างปลา และ ไหมก้างปลา เป็นไหมยกกระชับที่มีหัวล็อคช่วยยึดเกาะเนื้อเยื่อได้ดี ช่วยยกแก้มที่หย่อนคล้อย ปรับกรอบหน้าให้ชัด และเห็นผลการยกกระชับได้ทันทีหลังทำ จุดเด่นคือเข็มนำไหมออกแบบพิเศษ ช่วยลดโอกาสการตัดเส้นเลือด จึงบวมช้ำค่อนข้างน้อย พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับขึ้น ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 8-10 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
ข้อดีของไหมลิฟต์
- ล็อกเนื้อผิวได้แน่น ไม่หลุดง่าย
- ยกหน้าขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึง
- เจ็บน้อย บวมช้ำน้อยมาก
- ฟื้นตัวไว ทำเสร็จไปใช้ชีวิตต่อได้เลย
ไหมลิฟต์เหมาะกับใคร
- คนที่เพิ่งเข้าวงการร้อยไหมเป็นครั้งแรก
- คนที่อยากปรับกรอบหน้าให้คมชัดขึ้น
- คนที่กลัวเจ็บ หรือกลัวหน้าเขียวช้ำหลังทำ
การร้อยไหมทอร์นาโด เป็นไหมยกกระชับที่มีเงี่ยงรอบทิศทาง 360 องศา โดยตัวเส้นไหมถูกออกแบบให้พันเป็นเกลียวคล้ายพายุทอร์นาโด ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะเนื้อเยื่อและกระจายแรงดึงได้รอบด้าน จึงเป็นหนึ่งใน เหตุผลที่เลือกร้อยไหมทอร์นาโด สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยบริเวณช่วงล่างของใบหน้า แก้ม และเหนียง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมมากและต้องการแรงยกกระชับเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ไหมทอร์นาโดยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวดูแน่น ฟู และกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยปรับกรอบหน้าให้คมชัด ลดความหย่อนคล้อย และฟื้นฟูคุณภาพผิวไปพร้อมกัน ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 12–16 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ การใช้ชีวิต และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่ง เหตุผลที่เลือกร้อยไหมทอร์นาโด สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลได้ทันทีหลังทำบางส่วน พร้อมผลลัพธ์ที่ดีขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว
ข้อดีของไหมทอร์นาโด
- เงี่ยงถี่รอบเส้นแบบ 360 องศา
- ลดความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียง
- ช่วยให้กรอบหน้าคมชัดขึ้น
- กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวได้ดี
ไหมทอร์นาโดเหมาะกับใคร
- คนที่มีปัญหาแก้มตก หรือแก้มห้อยย้อยลงมาด้านล่าง
- คนที่มีกระเปาะแก้มข้างมุมปากชัดเจน
- คนที่มีเหนียงใต้คาง และอยากเก็บกรอบหน้าให้เป๊ะ
บทความที่เกี่ยวข้อง : หมอปลาวาฬ ตัวจริงสวยมาก! เพราะร้อยไหมที่ MD MD Clinic
การร้อยไหมทอร์นาโด และ ไหมก้างปลา เป็นไหมยกกระชับที่ได้รับความนิยมในการปรับรูปหน้าและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อย แต่หลายคนที่กำลังหาข้อมูลมักมีคำถามว่า “ร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี?” ซึ่งในความเป็นจริงไหมแต่ละชนิดมีจุดเด่นและวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยไหมก้างปลา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ไหมลิฟต์ เป็นไหมที่มีเงี่ยงเรียงตัวคล้ายก้างปลา ช่วยยึดเกาะชั้นผิวและดึงเนื้อเยื่อขึ้นได้ดี จึงโดดเด่นในเรื่องการยกแก้ม เก็บกรอบหน้า และยกมุมปากให้ดูคมชัดขึ้น
ส่วนไหมทอร์นาโดเป็นไหมที่มีการพันรอบทิศทาง 360 องศาของเส้นไหม ทำให้มีปริมาตรของไหมมากกว่าไหมทั่วไป ช่วยพยุงผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเพิ่มความแน่นของผิวได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมกับผิวที่ขาดความกระชับ ต้องการให้ใบหน้าดูอิ่มฟูและเรียบเนียนขึ้น
หากเปรียบเทียบกัน ไหมก้างปลาหรือไหมลิฟต์จะเด่นเรื่องแรงยกและการปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน ขณะที่ไหมทอร์นาโดจะโดดเด่นด้านการเพิ่มความแน่นของผิว เก็บเหนียง และช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์มากขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจว่า ร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี และต้องการผลลัพธ์ที่ครบทั้งการยกกระชับและฟื้นฟูผิว แพทย์มักพิจารณาเลือกใช้ไหมให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล หรืออาจใช้ร่วมกันเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการยกหน้าและกระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น
การร้อยไหมเวกเตอร์ เป็นไหมยกกระชับระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้านการดึงหน้าและปรับกรอบหน้า ด้วยโครงสร้างเส้นไหมขนาดใหญ่ แข็งแรง และรองรับแรงดึงได้สูงกว่าไหมทั่วไป จึงช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ MD Clinic ไหมเวกเตอร์ถือเป็นไหมตัวเด่นสำหรับผู้ที่ต้องการยกหน้า ปรับกรอบหน้าให้คมชัด และแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยอย่างเห็นผล พร้อมช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวดูแน่นกระชับมากขึ้นผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12–24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
ข้อดีของไหมเวกเตอร์
- เส้นไหมใหญ่สะใจ แรงยกสูงที่สุด
- โครงสร้างไหมแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย
- ดึงแก้มที่ห้อยมากๆ ให้ยกขึ้นได้อย่างชัดเจน
- เห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ
ไหมเวกเตอร์เหมาะกับใคร
- คนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีอายุ
- คนที่มีปัญหาหน้าหย่อนคล้อยปานกลางถึงมาก
- คนที่แก้มตกหนักๆ กรอบหน้าหาย หรือเหนียงเยอะมาก
ไหมเวกเตอร์เป็นไหมยกกระชับที่พัฒนาจากการหล่อขึ้นรูปโดยตรง ทำให้เงี่ยงไหมมีความแข็งแรง ยึดเกาะเนื้อเยื่อได้แน่น และให้แรงดึงที่ดี จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย แก้มห้อย หรือต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน โดยผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12-24 เดือน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่กำลังหาข้อมูลว่า ร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี? และต้องการผลลัพธ์ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน
ส่วนไหมมิ้นท์ผลิตจากวัสดุ PDO ซึ่งเป็นวัสดุที่ปลอดภัยและสามารถสลายได้เอง มีเงี่ยงไหมแบบ 360 องศา ช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง
หากเปรียบเทียบด้านพลังการยกกระชับและความคงทนของผลลัพธ์ ไหมเวกเตอร์จะโดดเด่นกว่าในเรื่องการยกหน้า ปรับกรอบหน้า และรองรับแรงดึงได้สูงกว่า ขณะที่ไหมมิ้นท์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับในระดับเริ่มต้นและเน้นการกระตุ้นคอลลาเจนร่วมด้วย ดังนั้นสำหรับผู้ที่สงสัยว่า ร้อยไหมยกกระชับหน้าแบบไหนดี และต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน อยู่ได้นาน และแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไหมเวกเตอร์จึงเป็นหนึ่งในไหมยกกระชับตัวเด่นของ MD Clinic ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องค่ะ
ร้อยไหมเดลต้า คือนวัตกรรมการร้อยไหมยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นการยกกระชับและฟื้นฟูผิวหน้าโดยเฉพาะ ความโดดเด่นของโปรแกรมนี้อยู่ที่การเลือกใช้เส้นไหมที่ทำจากวัสดุพิเศษที่เรียกว่า P(LA-CL) ซึ่งเป็นการผสมผสานพลังของวัสดุชั้นนำ 2 ชนิดเข้าด้วยกัน นั่นคือ PLLA และ PCL
การผสานวัสดุทั้งสองชนิดนี้เข้าด้วยกัน ทำให้ได้เส้นไหมที่มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าไหมทั่วไปในท้องตลาด โดยมีความแข็งแรงสูงและมีความยืดหยุ่นที่ดีเยี่ยม ช่วยลดโอกาสที่เส้นไหมจะเปราะหักหรือขาดง่ายในระหว่างการขยับใบหน้า อีกทั้งยังมีขีดความสามารถในการเกาะยึดกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถล็อกพยุงผิวที่หย่อนคล้อยให้ตึงกระชับได้อย่างแน่นหนาและทรงพลัง
สำหรับกลไกการทำงานนั้น ไหมเดลต้าจะเข้าไปทำหน้าที่เน้นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ในชั้นผิวอย่างล้ำลึก เพื่อเข้าไปปรับแต่งและปรับโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวพรรณกลับมาตึง อิ่มฟู และยกกระชับได้อย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 2-3 ปี โดยตัวโปรแกรมนี้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. ไทย และมีงานวิจัยรองรับในประเทศไทย จึงมั่นใจได้ทั้งในเรื่องของผลลัพธ์และความปลอดภัยค่ะ
ข้อดีของไหมเดลต้า
กระตุ้นคอลลาเจนได้ถึง 2 ชนิด:
- คอลลาเจนชนิดที่ 1: เสริมสร้างงานผิวในระยะยาว เพิ่มความหนาแน่นของชั้นผิว ให้ผิวแน่นฟู ปรับโครงสร้างผิวให้แข็งแรงจากภายใน ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยในระยะยาว
- คอลลาเจนชนิดที่ 2: ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูความยืดหยุ่น และทำให้ผิวกระชับ
ไหมเดลต้าเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อย: ช่วยยกกระชับผิวหน้าหย่อนคล้อย, เก็บกระเปาะแก้มให้หน้าเรียวสวย, กระชับเหนียง และทำให้กรอบหน้าชัดเจนขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยและร่องลึก: ช่วยเก็บร่องแก้มให้ดูตื้นขึ้น ยกลดอาการหางคิ้วและหางตาตก
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิว: เหมาะกับคนที่ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ ใบหน้าอิ่มฟู และยืดหยุ่นผิวกระชับ
ร้อยไหมคอลลาเจน หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ไหมเรียบ, ไหมหน้าเด็ก, ไหมเติมเต็ม หรือ ไหม Line เป็นไหมละลายชนิดเส้นเรียบที่ไม่มีเงี่ยงหรือเกลียว แตกต่างจากไหมยกกระชับที่เน้นการดึงยกใบหน้า โดยไหมชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูแน่น ฟู และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 3-6 เดือน
หลังร้อยไหม ผิวจะค่อย ๆ ดูอิ่มฟู เรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ลดเลือนลง พร้อมช่วยปรับสภาพผิวที่บาง ขาดความกระชับ หรือเริ่มมีสัญญาณแห่งวัยให้กลับมาดูสุขภาพดีอีกครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าแบบธรรมชาติ เพิ่มความสดใสให้ผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น
ข้อดีของไหมคอลลาเจน
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
- ฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มฟู เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- ช่วยปรับคุณภาพผิวให้ละเอียด รูขุมขนกระชับ ผิวดูสุขภาพดีขึ้น
- ใช้เวลาพักฟื้นน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด
ไหมคอลลาเจนเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีผิวบาง ผิวขาดความยืดหยุ่น หรือเริ่มมีสัญญาณแห่งวัย
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้ดูอิ่มฟู ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้น
- ผู้ที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวไม่เรียบเนียน หรือรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบธรรมชาติ เน้นการปรับคุณภาพผิวมากกว่าการยกกระชับ
ร้อยไหมจมูก คือ การใช้เส้นไหมละลายทางการแพทย์ร้อยเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณสันจมูกและปลายจมูก เพื่อช่วยปรับรูปทรงจมูกให้ดูโด่งขึ้น สันจมูกคมชัดขึ้น และยกปลายจมูกให้เชิดสวยอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางซิลิโคน และใช้เวลาทำไม่นาน
หลักการทำงานของไหมจมูกคือ เส้นไหมจะช่วยพยุงและยกโครงสร้างเนื้อเยื่อบริเวณจมูก พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่รอบเส้นไหม ทำให้สันจมูกดูมีมิติและคงรูปได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปทรงจมูกเล็กน้อย มีสันจมูกเดิมอยู่บ้าง หรือยังไม่พร้อมสำหรับการผ่าตัดเสริมจมูก
ข้อดีของไหมจมูก
- ช่วยยกสันจมูกและปลายจมูกให้ดูโด่ง คมชัดขึ้นทันทีหลังทำ
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผลใหญ่ และใช้เวลาพักฟื้นน้อย
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวบริเวณจมูกแข็งแรงขึ้น
- สามารถปรับทรงจมูกให้ดูมีมิติมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ไหมจมูกเหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีสันจมูกต่ำและต้องการเพิ่มมิติให้จมูกโดยไม่ผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการยกปลายจมูกให้เชิดขึ้น
- ผู้ที่ต้องการหัตถการที่พักฟื้นน้อยและสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
การร้อยไหมไม่ได้จำกัดเฉพาะการยกกระชับใบหน้าเท่านั้น แต่ยังสามารถออกแบบการร้อยไหมให้เหมาะกับปัญหาเฉพาะจุดได้หลากหลายตำแหน่ง เช่น
- ใบหน้า
- ร่องแก้ม
- กระเปาะแก้ม
- เหนียง
- หางตา
- จมูก
- กรอบหน้า
- บริเวณที่ต้องการยกกระชับขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง : ร้อยไหมยกกระชับตำแหน่งไหนของใบหน้าได้บ้าง?
1. ร้อยไหมเจ็บไหม?
ระหว่างทำแพทย์จะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุด จึงช่วยลดความรู้สึกเจ็บได้มาก ขณะร้อยไหมอาจรู้สึกตึงหรือมีแรงดึงเล็กน้อย หลังทำอาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ร้อยไหม ซึ่งมักดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
2. ร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดของไหมที่ใช้
- ไหม PDO อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
- ไหม PLLA อยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน
- ไหม PCL อยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว และการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
3. ร้อยไหมกี่เส้นถึงเห็นผล?
จำนวนเส้นไหมที่ใช้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อย ปริมาณไขมันบนใบหน้า และผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนเส้นไหมที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเคส
4. ร้อยไหมแล้วหน้าจะเรียวขึ้นไหม?
ร้อยไหมสามารถช่วยยกกระชับแก้ม เก็บเหนียง และปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น ทำให้ใบหน้าดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัด
5. อายุเท่าไหร่ควรเริ่มร้อยไหม?
การร้อยไหมไม่มีข้อจำกัดด้านอายุที่ตายตัว โดยทั่วไปสามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 25-30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ผิวเริ่มสูญเสียคอลลาเจนและความยืดหยุ่นตามธรรมชาติ หากเริ่มมีปัญหากรอบหน้าไม่ชัด แก้มตก หรือผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อย ก็สามารถเข้ารับการประเมินได้ ทั้งนี้การร้อยไหมควรพิจารณาจากสภาพผิวและความพึงพอใจของแต่ละบุคคลมากกว่าอายุเพียงอย่างเดียว โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละเคส
6. ร้อยไหมกับ HIFU ต่างกันอย่างไร?
HIFU เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ส่งพลังงานลงสู่ชั้นผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนการร้อยไหมจะใช้เส้นไหมช่วยยกพยุงเนื้อเยื่อโดยตรง จึงมักเห็นผลเรื่องการยกกระชับได้ชัดเจนกว่าในผู้ที่มีความหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
7. ร้อยไหมกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร?
ร้อยไหมช่วยยกกระชับและพยุงผิวที่หย่อนคล้อย ขณะที่ฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มบริเวณที่สูญเสียวอลลุ่ม เช่น ใต้ตา ขมับ หรือร่องแก้ม ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองหัตถการร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์มากขึ้น
8. ร้อยไหมช่วยลดเหนียงได้ไหม?
สามารถช่วยเก็บเหนียงและปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ไหมยกกระชับที่มีแรงดึงสูง เช่น ไหมทอร์นาโด หรือไหมเวกเตอร์ ร่วมกับการออกแบบตำแหน่งการร้อยไหมที่เหมาะสม
9. หลังร้อยไหมต้องพักฟื้นนานไหม?
ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติภายใน 1-2 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงการอ้าปากกว้าง การนวดหน้า การทำหัตถการความร้อน และการออกกำลังกายหนักในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
10. ควรเลือกไหมชนิดไหนดี?
การเลือกชนิดของไหมขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ หากต้องการแรงยกสูงอาจเหมาะกับไหมเวกเตอร์ หรือไหมทอร์นาโด หากต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวอาจเหมาะกับไหมคอลลาเจนหรือไหมหน้าเด็ก ดังนั้นควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
การเลือกคลินิกมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกชนิดของเส้นไหม เพราะผลลัพธ์ของการร้อยไหมขึ้นอยู่กับการวางแผนการรักษา ความเข้าใจโครงสร้างใบหน้า และเทคนิคของแพทย์
ที่ MD MD Clinic การดูแลเริ่มตั้งแต่การประเมินใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์ระดับความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว และสัดส่วนของใบหน้า ก่อนออกแบบแนวการร้อยไหมให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล
ไม่มีการใช้รูปแบบการร้อยไหมเดียวกับทุกคน แต่แพทย์จะเลือกแนวการรักษาให้สอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายของผู้รับบริการ เพื่อให้ผลลัพธ์มีความสมดุลและเป็นธรรมชาติ
ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย
ทุกขั้นตอนดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านความสะอาด พร้อมการประเมินก่อนทำและติดตามผลหลังทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่การดึงใบหน้าให้ตึงมากที่สุด แต่เป็นการยกกระชับในระดับที่เหมาะสมกับโครงสร้างใบหน้า เพื่อให้ยังคงเอกลักษณ์และการแสดงสีหน้าตามธรรมชาติ
ให้ข้อมูลก่อนตัดสินใจ
ผู้รับบริการจะได้รับคำอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษา ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ข้อจำกัด และการดูแลหลังทำ เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
รีวิวจากลูกค้าจริง
การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ช่วยยกกระชับผิว ปรับกรอบหน้า และฟื้นฟูคุณภาพผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่การเลือกชนิดไหมที่เหมาะสมควรพิจารณาจากปัญหาผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการเป็นหลัก
หากต้องการเน้นแรงยกและแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้า ไหมเวกเตอร์, ไหมทอร์นาโด และไหมลิฟต์เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การยกกระชับกรอบหน้า แก้ม และเหนียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิว กระตุ้นคอลลาเจน และเพิ่มความอิ่มฟูของผิว ไหมคอลลาเจน หรือไหมหน้าเด็ก จะช่วยเสริมคุณภาพผิวให้ดูแน่นกระชับและอ่อนเยาว์ขึ้น
นอกจากนี้ วัสดุของไหมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดย PDO เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นร้อยไหม, PLLA โดดเด่นด้านการกระตุ้นคอลลาเจน และ PCL เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและแรงยกที่ดี
อย่างไรก็ตาม แต่ละคนมีโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และเป้าหมายที่แตกต่างกัน การประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์และการออกแบบการร้อยไหมเฉพาะบุคคล จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ดูเป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละคนได้มากที่สุด
สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม MD MD Clinic ยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยประเมินปัญหาและแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล
สามารถติดต่อเพื่อปรึกษาผ่านช่องทาง Line นี้ได้เลยครับ
อัพเดท โปรโมชั่นสุดพิเศษ
อ่านบทความอื่นของ MD MD Clinic

